บันทึกเดินทาง : ทริปเสม็ด...
posted on 31 May 2010 20:51 by pansirmeชั้น "เห้ย ไปเสม็ดกัน"
.....
และทริปนี้ก็เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน และเหนื่อยกับการหัวเราะอย่างปลดปล่อยเต็มที่จริงๆ...
เพื่อนร่วมทริป : เคนจิ ริซซี่ ต๊อบ (ให้มันชื่อต๊อบเพราะมันเป็นทอมที่อยากมีแฟนชื่อปีใหม่) โน้ตคุงและสาวนิรนามที่มันหนีบมาด้วย ให้ชื่อสมมติว่าแซ่บเกิล (สัญญาว่าถ้าเราเห็นว่าแซ่บเกิลนี่เป็นแฟนโน้ตคุงเมื่อไหร่เราจะตั้งชื่อให้คุณเทอ) รวมทั้งสิ้น 6 ชีวิต
ขอย้อนกลับไปที่ เรายอมให้แซ้บเกิลนี่ร่วมทางกับเรามาได้เยี่ยงไรกัน เริ่มต้นจากการที่โน้ตคุง ลากเสียงอ่อยๆ พร้อมกับโทรมาถามเพื่อนว่า
โน้ตคุง "เห้ย ถ้ากูเอาเพื่อนไปด้วยคนนึงได้ป่ะว่ะ 6 คนมึงนั่งกันพอป่าว"
ชั้น "ไม่รู้ว่ะ กูไงก็ได้ ไปถามริซซี่ดิ"
แล้วเพื่อนโน้ตคุงก็หันไป msn กับริซซี่ เพื่อขอความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ หลังจากที่โน้ตคุงชี้แจงมาว่าสาวนิรนาม นามว่าแซ่บเกิลนี้ เพิ่งจีบมาได้สักสองอาทิตย์ เรื่องถูกเสนอเข้าที่ประชุมทันที มี ชั้น เคนจิ ริซซี่
ริซซี่ "มึงเอาไงดีว่ะ แม่งใครก็ไม่รู้ กูจะส่วนตัวกันรึป่าว"
ชั้น "กูก็แล้วแต่ว่ะ แต่ว่าโน้ตคุงมันอยากพาไปด้วยนะท่าทาง ลอง msn ถามเคนจิสิ"
ริซซี่ "เออๆ รอแป๊ป"
ริซซี่ "เมิง มันพิมกลับมาว่า "ชิบหาย" "
ชั้น " - - "
ริซซี่ "เออๆ ให้มันไปละกันนะ เอาไปเป็นตัวหารก็ยังดี"
โอเค จบลงตรงที่ ที่ประชุมเคาะโต๊ะ อนุมัติให้โน้ตคุงพาแซ่บเกิลไปได้
...ถึงวันไปเสม็ดละ...
เราเริ่มเดินทางกันประมาณ 09.00 น. เคนจิอาสาขับรถให้ มันให้ชั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกขั้นตอนของการขับรถ ถามแม้กระทั่งว่า "กรูอยู่เลนไหนดีว่ะ" ชั้นมองถนนเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า พลางคิดว่า มึงจะลังเลอะไร้ แต่ก็ตอบมันไปว่า "เออ ขวาสุดว่ะ ใครอยากแซงให้มันแซงเอง อย่าได้แคร์"
เมื่อถึงสักประมาณเข้าเมืองระยอง ริซซี่ก็อยากกินไก่ย่างที่ย่างคลุกฝุ่นอยู่ข้างทาง และอยากกินเมื่อขับรถผ่านซุ้มไก่ย่างไป 4-5 ซุ้มแล้ว ริซซี่แอบโทษโชคชะตาของตัวเอง หลังจากผ่านไป 5 ซุ้มไก่ย่างนั้น เราแทบไม่เห็นซุ้มไก่ย่างอีกเลย เราไม่รู้ว่าริซซี่แอบน้ำตาไหลหรือไม่ (5555 แน่นอนว่าไม่) เราขับมาเจอบิ๊กซะก่อน เราแวะบิ๊กซีกัน เพื่อซื้อของกินซึ่งหนักไปทางลูกชิ้น และขนม ตามด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย (รึป่าว)
จากนั้นเราใกล้เลี้ยวเข้าสู่บ้านเพ แต่ก็เช่นนี้แล เมื่อเราตัดใจแล้ว เราก็จะได้มันมาโดยง่าย เราเจอซุ้มไก่อีกหนึ่ง ดีใจกับเพื่อนริซซี่ด้วย ที่ขาดไม่ได้ก็คือข้าวเหนียว อาหารประจำชาติของริซซี่โดยแท้
เวลา บ่ายสามโมงเราถึงจะได้ข้ามเรือ อุตส่าโล่งใจได้นั่งอยู่บนเรือเรียบร้อย วางข้าวของซับเหงื่อกันไปมา ทันใดนั้นก็มีชะนีประมาณ 2-3 ตัวเห็นจะได้ มาบอกให้พวกเราย้ายที่นั่งจากหน้าเรือไปนั่งหลังเรือ เพราะว่าเค้ามีทริปที่มาด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ต้องการจะนั่งด้วยกันที่หน้าเรือ ริซซี่จิ๊จ๊ะปากด้วยความหงุดหงิด เคนจิบ่นประปอดกระแปด ต๊อบทำหน้าตายู่ส่ายหน้าด้วยความเซ็ง ชั้นก็หอบร่างซีดๆเดินตูดปัดไป ส่วนโน้ตคุงกับแซ่บเกิล ยังคงลั้นลาได้ประหนึ่งยังข้าวใหม่ปลามัน แต่ทั้งหมดก็หอบอาการทั้งหมดย้ายก้นไปนั่งที่ท้ายเรือด้วยความไม่เต็มใจ....
เมื่อลงจากเรือ ถึงเกาะเสม็ด ได้เห็นน้ำใส ได้เห็นทะเล ท้องฟ้า ก็รู้สึกชื่นใจขึ้นมาทีเดียว เราแยกย้ายกันเข้าห้องพักที่จองไว้สองห้อง แซ่บเกิลทำท่าทางไม่ค่อยดีที่ริซซี่เอ่ยปากให้นอนห้องเดียวกับโน้ตคุง แต่เธอก็แบกกระเป๋ายอมเอาไปเก็บอีกห้องโน้ตคุงแต่โดยดี (เรื่องนี้เราแอบเม้ากันเล็กน้อย)
หลังจากนั้นเราเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเล่นน้ำกัน น้ำทะเลสีฟ้าสวย และคลื่นที่นี่แรงดีจิงๆ ทุกครั้งที่คลื่นมา ชั้นพยายามจะกระโดดให้พ้นคลื่นแต่ก็ไม่ค่อยจะพ้นสักเท่าไหร่ คลื่นดำหัวมิดทุกทีเชียว แสบหูแสบตามากมาย เมื่อเล่นกันได้ที่ก็กลับที่พักอาบน้ำแต่งตัวเตรียมทำสุกี้ที่อุตส่าหอบหิ้วเป็นอีบ้ามาจากฟากฝั่ง เมื่ออิ่มกันเรียบร้อยก็ถึงเวลาตั้งวง วงไรล่ะเพื่อน หน้างี้ก็ต้องเล่นไพ่พร้อมดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยอะดิ
เราเล่นไพ่ โดยที่เคนจิเป็นเจ้ามือ ไม่อยากจะบอกว่าใครได้ใครเสีย แต่ที่รู้คือ กรูดวงดีสุดๆๆ (555555) แต่ที่ประทับใจอีกอย่างของทริปนี้คือเสียงซดเหล้าของเคนจิ พ่อกรูซดน้ำข้าวต้มยังเสียงดังไม่เท่ามัน แต่อย่างว่า อุปกรณ์การซดของมันหนากว่าคนทั่วไป ย่อมดังมากกว่าใครอยู่ละ (หมายถึงปากมันนะ อิอิ) เราเล่นไพ่กันไปสักพัก สังเกตุได้ว่าต๊อบหายไปจากวงไพ่ แล้วเราก็เห็นมันออกมาจากห้องน้ำหน้าตาเครียด พร้อมบอกว่า "ห้องน้ำแม่ง กดน้ำไม่ลง พวกมึงเข้าต้องระวังนะ" เคนจิเลยแนะนำต๊อบว่า คราวหน้าถ้าเข้า ให้เอาตะเกียบไปตีให้ร่วนมันจะได้ลงคอห่านง่ายๆ ต๊อบใช้หลักวิชาการที่ร่ำเรียนมาจากสาขาไหนก็ไม่รู้ อธิบายว่า อุจจีระ ของมันค่อนข้างเบา มันเลยลอย กดน้ำเท่าไรก็ไม่ลง ต่างจากอุจจีระคนอื่นที่หนักหน่วงสามารถกดลงได้ตามแรงโน้มถ่วงโลกโดยง่าย ต๊อบพูดใส่พวกเราเหมือนเป็นปมด้อยของมัน หลังจากนั้นเราก็แนะนำให้ต๊อบกินอะไรให้หนักท้อง อุจจีระของมันจะได้หนักๆและลงคอห่านได้โดยง่าย - -" (ทำถูกกันไหมว่ะ)
พอเล่นเส็ดอะไรเส็ด ได้เวลาประมาณ ตีหนึ่ง วงเลิก ปิดไฟ เราต่างนอนกันเรียบร้อย ชั้นเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของโน้ตคุงวางไว้หัวเตียงเราแอบเปิดดูข้อความนั่นนี่และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา จนสักพักได้ยินเสียงเคาะประตู ชั้นรีบวางโทรศัพท์และกรนอย่างตั้งใจประหนึ่งหลับกันไปนานแล้ว โน้ตคุงนั่นเองมาเอาโทรศัพท์และบอกว่าที่หน้าหาดมีคนอยู่เยอะแยะเปิดผับเปิดเพลงเต้นกันน่าสนุก พวกเราเด้งกันออกมาจากเตียงเลยทีเดียว พลันเดินกันไปที่หน้าหาด อากาศดี น้ำทะเลคลื่นสาดกันสนุก เราเห็นเด็กวัยรุ่นเต้นกันใหญ่ที่หน้าผับ เดินผ่านมาเรื่อยๆเจอสถานที่เงียบสงบ เห็นเตียงผ้าใบ สี่ตัว และเราที่เดินกันมาสี่คนพอดี แอบคิดว่าทำไม๊ ถึงพอดีขนาดนั้น
เรายกช่วงนี้ให้เป็นไคลแม๊กซ์ของเรื่อง เราสี่คน ต่างนั่งคุยเปิดใจกับเรื่องราวในใจของตนเอง เรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่มีปิดบัง ไม่มีแสตนอินช่วย ในช่วงที่อากาศดีสุดๆ หลังจากที่ปลดปล่อยเรื่องราวในใจมาหมดแล้ว สักประมาณตีสามเราก็แยกย้ายกันนอนอย่างสงบสุข และตื่นเช้าขึ้นมาคำถามแรกก็คือ "เมื่อคืนกูพูดไรออกไปมั่งว่ะ รู้สึกอายหวะ" อยากบอกตัวเองว่า ไม่ทันแล้ววว - - สิ่งหนึ่งที่ได้จากช่วง love time ยามดึก นี้ เราได้รู้ว่า เคนจิ มันเป็นชายเต็มตัวแล้วต่างจากที่เราเดินเกี่ยวก้อยกระโดดเล่นกับเคนจิยามเด็ก ริซซี่ที่ยังตามหาสิ่งที่ขาดหายไป ต๊อบที่ต้องการหาปีใหม่มาเป็นคู่ใจเร็วๆ และชั้นซึ่งเปิดใจกับสิ่งแย่ๆที่ผ่านมาในชีวิต ให้เพื่อนๆได้รับรู้ สรุปคือทริปนี้สนุกสุดๆ ช้อบชอบบ ไว้ทริปหน้าเจอกันใหม่นะเพื่อนๆ (ต้องไปนะเพราะถ้าใครไม่ไป ทริปนั้นจะโดนเม้าตลอดดดดด - - อย่าให้เผลอเชียว)
edit @ 1 Jun 2010 23:38:23 by Pandadeda
edit @ 1 Jun 2010 23:51:27 by Pandadeda