ชั้น "เห้ย ไปเสม็ดกัน"

.....

และทริปนี้ก็เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน และเหนื่อยกับการหัวเราะอย่างปลดปล่อยเต็มที่จริงๆ...

เพื่อนร่วมทริป : เคนจิ ริซซี่  ต๊อบ (ให้มันชื่อต๊อบเพราะมันเป็นทอมที่อยากมีแฟนชื่อปีใหม่) โน้ตคุงและสาวนิรนามที่มันหนีบมาด้วย ให้ชื่อสมมติว่าแซ่บเกิล (สัญญาว่าถ้าเราเห็นว่าแซ่บเกิลนี่เป็นแฟนโน้ตคุงเมื่อไหร่เราจะตั้งชื่อให้คุณเทอ) รวมทั้งสิ้น 6 ชีวิต

ขอย้อนกลับไปที่ เรายอมให้แซ้บเกิลนี่ร่วมทางกับเรามาได้เยี่ยงไรกัน เริ่มต้นจากการที่โน้ตคุง ลากเสียงอ่อยๆ พร้อมกับโทรมาถามเพื่อนว่า

โน้ตคุง "เห้ย ถ้ากูเอาเพื่อนไปด้วยคนนึงได้ป่ะว่ะ 6 คนมึงนั่งกันพอป่าว"

ชั้น "ไม่รู้ว่ะ กูไงก็ได้ ไปถามริซซี่ดิ"

แล้วเพื่อนโน้ตคุงก็หันไป msn กับริซซี่ เพื่อขอความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ หลังจากที่โน้ตคุงชี้แจงมาว่าสาวนิรนาม นามว่าแซ่บเกิลนี้ เพิ่งจีบมาได้สักสองอาทิตย์ เรื่องถูกเสนอเข้าที่ประชุมทันที มี ชั้น เคนจิ ริซซี่

ริซซี่ "มึงเอาไงดีว่ะ แม่งใครก็ไม่รู้ กูจะส่วนตัวกันรึป่าว"

ชั้น "กูก็แล้วแต่ว่ะ แต่ว่าโน้ตคุงมันอยากพาไปด้วยนะท่าทาง ลอง msn ถามเคนจิสิ"

ริซซี่ "เออๆ รอแป๊ป"

ริซซี่ "เมิง มันพิมกลับมาว่า "ชิบหาย" "

ชั้น " - - "

ริซซี่ "เออๆ ให้มันไปละกันนะ เอาไปเป็นตัวหารก็ยังดี"

     โอเค จบลงตรงที่ ที่ประชุมเคาะโต๊ะ อนุมัติให้โน้ตคุงพาแซ่บเกิลไปได้

...ถึงวันไปเสม็ดละ...

เราเริ่มเดินทางกันประมาณ 09.00 น. เคนจิอาสาขับรถให้ มันให้ชั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกขั้นตอนของการขับรถ ถามแม้กระทั่งว่า "กรูอยู่เลนไหนดีว่ะ" ชั้นมองถนนเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า พลางคิดว่า มึงจะลังเลอะไร้ แต่ก็ตอบมันไปว่า "เออ ขวาสุดว่ะ ใครอยากแซงให้มันแซงเอง อย่าได้แคร์"

      เมื่อถึงสักประมาณเข้าเมืองระยอง ริซซี่ก็อยากกินไก่ย่างที่ย่างคลุกฝุ่นอยู่ข้างทาง และอยากกินเมื่อขับรถผ่านซุ้มไก่ย่างไป 4-5 ซุ้มแล้ว ริซซี่แอบโทษโชคชะตาของตัวเอง หลังจากผ่านไป 5 ซุ้มไก่ย่างนั้น เราแทบไม่เห็นซุ้มไก่ย่างอีกเลย เราไม่รู้ว่าริซซี่แอบน้ำตาไหลหรือไม่ (5555 แน่นอนว่าไม่) เราขับมาเจอบิ๊กซะก่อน เราแวะบิ๊กซีกัน เพื่อซื้อของกินซึ่งหนักไปทางลูกชิ้น และขนม ตามด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย (รึป่าว)

     จากนั้นเราใกล้เลี้ยวเข้าสู่บ้านเพ  แต่ก็เช่นนี้แล เมื่อเราตัดใจแล้ว เราก็จะได้มันมาโดยง่าย เราเจอซุ้มไก่อีกหนึ่ง ดีใจกับเพื่อนริซซี่ด้วย ที่ขาดไม่ได้ก็คือข้าวเหนียว อาหารประจำชาติของริซซี่โดยแท้ 

     เวลา บ่ายสามโมงเราถึงจะได้ข้ามเรือ อุตส่าโล่งใจได้นั่งอยู่บนเรือเรียบร้อย วางข้าวของซับเหงื่อกันไปมา ทันใดนั้นก็มีชะนีประมาณ 2-3 ตัวเห็นจะได้ มาบอกให้พวกเราย้ายที่นั่งจากหน้าเรือไปนั่งหลังเรือ เพราะว่าเค้ามีทริปที่มาด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ต้องการจะนั่งด้วยกันที่หน้าเรือ ริซซี่จิ๊จ๊ะปากด้วยความหงุดหงิด เคนจิบ่นประปอดกระแปด ต๊อบทำหน้าตายู่ส่ายหน้าด้วยความเซ็ง ชั้นก็หอบร่างซีดๆเดินตูดปัดไป ส่วนโน้ตคุงกับแซ่บเกิล ยังคงลั้นลาได้ประหนึ่งยังข้าวใหม่ปลามัน แต่ทั้งหมดก็หอบอาการทั้งหมดย้ายก้นไปนั่งที่ท้ายเรือด้วยความไม่เต็มใจ....

     เมื่อลงจากเรือ ถึงเกาะเสม็ด ได้เห็นน้ำใส ได้เห็นทะเล ท้องฟ้า ก็รู้สึกชื่นใจขึ้นมาทีเดียว เราแยกย้ายกันเข้าห้องพักที่จองไว้สองห้อง แซ่บเกิลทำท่าทางไม่ค่อยดีที่ริซซี่เอ่ยปากให้นอนห้องเดียวกับโน้ตคุง แต่เธอก็แบกกระเป๋ายอมเอาไปเก็บอีกห้องโน้ตคุงแต่โดยดี (เรื่องนี้เราแอบเม้ากันเล็กน้อย)

      หลังจากนั้นเราเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเล่นน้ำกัน น้ำทะเลสีฟ้าสวย และคลื่นที่นี่แรงดีจิงๆ ทุกครั้งที่คลื่นมา ชั้นพยายามจะกระโดดให้พ้นคลื่นแต่ก็ไม่ค่อยจะพ้นสักเท่าไหร่ คลื่นดำหัวมิดทุกทีเชียว แสบหูแสบตามากมาย เมื่อเล่นกันได้ที่ก็กลับที่พักอาบน้ำแต่งตัวเตรียมทำสุกี้ที่อุตส่าหอบหิ้วเป็นอีบ้ามาจากฟากฝั่ง เมื่ออิ่มกันเรียบร้อยก็ถึงเวลาตั้งวง วงไรล่ะเพื่อน หน้างี้ก็ต้องเล่นไพ่พร้อมดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยอะดิ

     เราเล่นไพ่ โดยที่เคนจิเป็นเจ้ามือ ไม่อยากจะบอกว่าใครได้ใครเสีย แต่ที่รู้คือ กรูดวงดีสุดๆๆ (555555) แต่ที่ประทับใจอีกอย่างของทริปนี้คือเสียงซดเหล้าของเคนจิ พ่อกรูซดน้ำข้าวต้มยังเสียงดังไม่เท่ามัน แต่อย่างว่า อุปกรณ์การซดของมันหนากว่าคนทั่วไป ย่อมดังมากกว่าใครอยู่ละ (หมายถึงปากมันนะ อิอิ) เราเล่นไพ่กันไปสักพัก สังเกตุได้ว่าต๊อบหายไปจากวงไพ่ แล้วเราก็เห็นมันออกมาจากห้องน้ำหน้าตาเครียด พร้อมบอกว่า "ห้องน้ำแม่ง กดน้ำไม่ลง พวกมึงเข้าต้องระวังนะ" เคนจิเลยแนะนำต๊อบว่า คราวหน้าถ้าเข้า ให้เอาตะเกียบไปตีให้ร่วนมันจะได้ลงคอห่านง่ายๆ ต๊อบใช้หลักวิชาการที่ร่ำเรียนมาจากสาขาไหนก็ไม่รู้ อธิบายว่า อุจจีระ ของมันค่อนข้างเบา มันเลยลอย กดน้ำเท่าไรก็ไม่ลง ต่างจากอุจจีระคนอื่นที่หนักหน่วงสามารถกดลงได้ตามแรงโน้มถ่วงโลกโดยง่าย ต๊อบพูดใส่พวกเราเหมือนเป็นปมด้อยของมัน หลังจากนั้นเราก็แนะนำให้ต๊อบกินอะไรให้หนักท้อง อุจจีระของมันจะได้หนักๆและลงคอห่านได้โดยง่าย - -" (ทำถูกกันไหมว่ะ)

      พอเล่นเส็ดอะไรเส็ด ได้เวลาประมาณ ตีหนึ่ง วงเลิก ปิดไฟ เราต่างนอนกันเรียบร้อย ชั้นเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของโน้ตคุงวางไว้หัวเตียงเราแอบเปิดดูข้อความนั่นนี่และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา จนสักพักได้ยินเสียงเคาะประตู ชั้นรีบวางโทรศัพท์และกรนอย่างตั้งใจประหนึ่งหลับกันไปนานแล้ว โน้ตคุงนั่นเองมาเอาโทรศัพท์และบอกว่าที่หน้าหาดมีคนอยู่เยอะแยะเปิดผับเปิดเพลงเต้นกันน่าสนุก พวกเราเด้งกันออกมาจากเตียงเลยทีเดียว พลันเดินกันไปที่หน้าหาด อากาศดี น้ำทะเลคลื่นสาดกันสนุก เราเห็นเด็กวัยรุ่นเต้นกันใหญ่ที่หน้าผับ เดินผ่านมาเรื่อยๆเจอสถานที่เงียบสงบ เห็นเตียงผ้าใบ สี่ตัว และเราที่เดินกันมาสี่คนพอดี แอบคิดว่าทำไม๊ ถึงพอดีขนาดนั้น

     เรายกช่วงนี้ให้เป็นไคลแม๊กซ์ของเรื่อง เราสี่คน ต่างนั่งคุยเปิดใจกับเรื่องราวในใจของตนเอง เรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่มีปิดบัง ไม่มีแสตนอินช่วย ในช่วงที่อากาศดีสุดๆ หลังจากที่ปลดปล่อยเรื่องราวในใจมาหมดแล้ว  สักประมาณตีสามเราก็แยกย้ายกันนอนอย่างสงบสุข และตื่นเช้าขึ้นมาคำถามแรกก็คือ "เมื่อคืนกูพูดไรออกไปมั่งว่ะ รู้สึกอายหวะ" อยากบอกตัวเองว่า ไม่ทันแล้ววว - - สิ่งหนึ่งที่ได้จากช่วง love time ยามดึก นี้ เราได้รู้ว่า เคนจิ มันเป็นชายเต็มตัวแล้วต่างจากที่เราเดินเกี่ยวก้อยกระโดดเล่นกับเคนจิยามเด็ก ริซซี่ที่ยังตามหาสิ่งที่ขาดหายไป ต๊อบที่ต้องการหาปีใหม่มาเป็นคู่ใจเร็วๆ  และชั้นซึ่งเปิดใจกับสิ่งแย่ๆที่ผ่านมาในชีวิต ให้เพื่อนๆได้รับรู้ สรุปคือทริปนี้สนุกสุดๆ ช้อบชอบบ ไว้ทริปหน้าเจอกันใหม่นะเพื่อนๆ (ต้องไปนะเพราะถ้าใครไม่ไป ทริปนั้นจะโดนเม้าตลอดดดดด - - อย่าให้เผลอเชียว)

     

edit @ 1 Jun 2010 23:38:23 by Pandadeda

edit @ 1 Jun 2010 23:51:27 by Pandadeda

นัดเพื่อนเก่า ม.ต้น

posted on 08 May 2010 22:42 by pansirme

     หลังจากที่ทักทายและจิกกันเป็นไก่กา กันไปมา ใน facebook ทำให้เกิดโครงการนัดเพื่อน ม.ต้น กันเกิดขึ้น กำหนดการเดิมคือ นังชิวที่ผับ เพื่อนัดเจอเพื่อลั้นลากันตามประสาคนนิยมความเฮฮา

     สถานที่นัดหมายคือ อิทชี่ ใกล้บ้านเรามากมาย กูไปสายโดนด่าอีกแหง (แอบคิดนะ) มีการนัดแนะกันอย่างดิบดี และได้รับคอนเฟิร์มกับทุกฝ่าย โอเคร งานนี้น่าจะโอเครและ

     ถึงวันนัด ชั้นยังคงมีไข้เล็กน้อยขนาดแผ่นดินสั่นเล็กน้อยประมาณ 0.5 ริกเตอร์ แต่ไม่เป็นไร  ใจยังไหวอยู่ ยังไงถ้าทริปนี้จะล่มต้องไม่ใช่เป็นเพราะกรูนะ

ริซซี่ เมิงไหวไหม เผือก

ชั้น เออ ไหวที่สุดในโลกหวะ

ริซซี่ กู ก็ปวดท้องมากนะวันนี้

ชั้น ไหวไหมหละ เมิง

ริซซี่ ใจกูได้หวะ เด๋วยาคงออกฤทธิ์

ชั้น เออ มีกันแต่ใจนะพวกเรา สังขารก็ไม่ให้กัน เอาเหอะ คงไม่ตายในนนั้นหรอก 555”

ริซซี่ เออ อย่าเป็นไรกันไปหละ ตกลงไปละกันเนอะ

 ตกลงไปกันตามนั้น ชั้นเลิกงานเสร็จไปทำผมที่โลตัส โลตัสก็อยู่ฝั่งตรงข้ามผับนี่เอง วุ้ย เรานิ ใกล้สุดละ พวกนั้นซี่ อยู่กันไกล้ ไกล

เคนจิเห้ย เมิงอยู่ไหนเนี่ย กูอยู่บนทางด่วนละนะ

ชั้นอ่อ อยู่โลตัสเลย ใกล้ๆผับเนี่ย มาถึงยัง เด๋วเดินรออยู่นี่นะ ถึงแล้วโทรมาด้วย

เคนจิ เออๆ เด๋วใกล้ถึงแล้วโทรหา

     ชั้นเดินอย่างเริงร่า รอคอยเพื่อนๆ อย่างชิวๆ สักพัก เบิร์ดใหม่ (จิงๆชื่อเบิร์ดแต่ตอนเรียนเข้ามาใหม่กลางเทอม เป็นเด็กใหม่ ทุกคนเลยเรียกว่า ใหม่ - - สมเหตุสมผลไหมนะ) โทรมา

เบิร์ดใหม่ โหล อยู่ไหนแล้วอะ

ชั้น อยู่ โลตัสอ่า อยู่ไหนแล้ว มายังเนี่ย

เบิร์ดใหม่ อ่อ นอนเล่นอยู่ห้องอยู่เลย นัดกันสามทุ่มไม่ใช่เหรอ

     ดูนาฬิกา ตอนนี้ 1 ทุ่ม จะว่าเร็วไปไหมก็คงเร็วไป แต่ห้องเบิร์ดใหม่อยู่ชลบุรี นี่นา - -

ชั้น อะๆ มาให้ทันละกันนะ  ชิวไปไหมนะตัวเทอ

     จิงๆก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ เดินไปเรื่อยเปื่อย เจอชุดถูกใจ แหม้ ช่างเข้ากับงานคืนนี้เชียว ซื้อเปลี่ยนมันที่ร้านนั่นแหละ ระหว่างที่ลองเสื้ออยู่นั้น

เคนจิ นี่ เมิง กรูถึงแล้วนะ อยู่ข้างหน้าโลตัสเนี่ย

ชั้น เออๆ ยืนรอตงนั้นแหละ เด๋วเดินไปหา

     เมื่อชั้นเดินมาหาเคนจิเรียบร้อย มันบอกว่า จิงๆมาถึงนานละ แต่โทรศัพท์ดันแฮ้งโทรไม่ได้ ช่างพอดีที่จะต้องใช้งาน เลยต้องไปให้ที่ร้านแก้ให้ จนใช้ได้ แล้วโทรมา  ก็ปล่อยให้เราเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่คนเดียวเนาะ สักพัก ริซซี่ก็โทรมา

ริซซี่ นี่ๆ เจอกันยังเนี่ย นี่จะข้ามสะพานไปแล้วนะ ไปร้านก่อนเลย จองโต๊ะๆ

ชั้น เออๆ เด๋วรีบไปๆ

     ระหว่างเดินไปนั้น นังเคนจิ ดันไปเห็น ไอซ์ มอนสเตอร์ เกิดอยากจะกินขึ้นมาทีเดียววว ริซซี่ ยิ่งเร่งๆอยู่ อะ อะ แต่ก็ปล่อยให้มันไปซื้อ อ่ะนะ สงสัยมันเคยกินแต่น้ำแข็งใส เลยอยากลองกินน้ำแข็งไส ไฮโซ ขึ้นมาบ้าง แพงโคตร ถ้วยใหญ่มีแค่น้ำแข็งป่นกับ 2 อย่างง ปาเข้าไป 95 บาท ไม่เป็นไร ตังค์มัน ความสุขเพื่อน เสียเงินแค่นี้ ไม่เจ็บ และตังมันอีกตังหาก 555

เคนจิเอาถ้วยใหญ่ครับ  ใส่ข้าวโพดกับขนมปัง

พนักงานร้าน ขนมปัง ไม่ได้ครับ ต้องสั่งเป็น set เท่านั้น

เคนจิ งั้นเอา ข้าวโพดกับเฉาก๊วยก็ได้ครับ

พนักงานร้าน เฉาก๊วยไม่มีครับ

เคนจิเอ่อ อันนั้นไงครับ พลางชี้เป้าหมายที่ตู้กระจก

พนักงานร้าน เอ่อ อันนั้น เป็นเจลลี่กาแฟครับชั้น “- -“

เคนจิ เอ่อ เอาข้าวโพดกับเยลลี่กาแฟก็ได้ครับ

     นิเราโลโซกัน หรือ มันผิดที่อีเจลลี่กาแฟว่ะที่หน้าตามันดันเหมือนเฉาก๊วย - -“

     หลังจากซื้อเสร็จสรรพเรียบร้อย บึ่งรถมา ที่ร้านตามที่นัดหมาย แต่สายไปกว่าลูซี่และโน้ตคุง มาถึงร้านก่อนเรียบร้อย โทรตามกันยิกๆ รถที่หน้าโลตัสก็ติ๊ด ติด แบบไม่มีเหตุผลเอาซะเลย     สักพักก็มาใกล้ถึง ชั้นเลี้ยวเข้าร้านไปอย่างรวดเร็ว

เคนจิ เห้ย เมิง ผิดร้านแล้ว

     เออ จอมหลงอย่างกรู - - น่าจะเข้าใจนะ ก็เด็กโบกรถแม่งดันโบกจังหวะอย่างกะชะ ชะ ช่า เราก็เคลิ้มขับรถเข้าร้านมันสิว่ะ ให้ตายเหอะ

     หลังจาก มาถึงร้านเป็นที่เรียบร้อย สมาชิกครบ ก็เดินทางเข้าไปข้างในอย่างหวังตักตวงความสุขข้างในให้เต็มที่  วันนี้มีวงดนตรี สาม วง Jetseter Clear Mild ตอนแรกดีใจที่มีวงดนตรีพอดีกับวันที่เรานัด แต่หลังๆเราชักเริ่มเสียใจ เพราะแม่ง ชาร์ตโคตร เสียค่าบัตร สองร้อยเหมือนถูก แต่ค่าเหล้ากับมิกเซอร์ กระชากใจสุดๆ โน้ตคุงแนะนำให้เอาน้ำแข็งในแก้วที่เย็นแล้ว ใส่กลับไปในถังใหม่ แล้วเอากล่องทิชชู่ปิดถังน้ำแข็งไว้ กัวระเหย เพื่อความประหยัด แทบอยากจะขอกระติกน้ำแข็งให้มันทีเดียว โว้ มึงประหยัดไปไหมว่ะ น่านัดกันกินชิวๆที่บ้านมากกว่านะ ถ้าลำบากปานนั้น - -

       ชั้นกินเหล้า อาศัยอารมณ์ชิว ชนตลอด ชั่วโมงบินเริ่มสูงตัวยิ่งเซ เริ่มห่วงตัวเองว่าจะขับรถกลับไงไหว หลังๆ เลยตีมึน ชนมันไปงั้น ไม่ค่อยกินหรอก ยุงแทบไปไข่ในแก้วได้เลยทีเดียว เพื่อนลูซี่ ก็ชิวอยู่ เนื่องจากปวดท้องเลยไม่ได้กินมากมายไร ไม่น่าห่วงเท่าไหร่

      ขอกล่าวถึงวงดนตรีกันบ้าง    

     วงแรก Jetseter แลเพื่อนๆทุกคน ดรอปๆลงไปกับวงดนตรีวงนี้ เพราะเพลงที่รู้จักอย่างจำกัด แต่ก็ยังพยายามบิ๊วกันเองอย่างเต็มที่

      วง Clear วงนี้ได้รับเสียงตอบรับดีกว่าวงแรกนะ เพราะเพลงร้องได้หลายเพลง

      วง Mild  วงนี้กว่าจะเล่นได้ แทบจะเรียกว่ารุ่งขึ้นของอีกวันทีเดียวปาเข้าไป ตีสองกว่า แต่ก็สมที่รอคอย มันส์ใช้ได้ เมื่อถึงเพลงประจำวง Unloveable ถึงกับทำให้เพื่อนเจนคุง เอ่ยว่า กรูเคยร้องไห้โฮกับเพลงนี้ โอ้วว ชีวิตมันช่างน่าเศร้านัก โน้ตคุงตบบ่าเจนคุงเบาๆและบอกว่ากรูเห็นมึงร้องกับทุกเพลงหละ เออ กูก็ว่างั้น

     ล่วงเลยเวลาสัก ตี สาม ฝ่า วง Mild ยังคงร้องบรรเลงอยู่ แต่พวกเราก็แยกย้ายกันกลับแล้ว ก็ถือว่ายังคุ้มค่ากับการได้เจอะเจอกันในวันนี้นะ ชั้นก็ขับรถกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ตื่นเช้าขึ้นมาเวียนหัวปวดหัวมากมาย ไข้หายแต่อย่างหนึ่งที่หายไปด้วยคือเสียง แต่ก็มีความสุขดีไว้เจอกันใหม่ เพื่อนๆ ^_^

edit @ 8 May 2010 23:08:24 by Pandadeda

หลงทางตลอด...(เห้อ...)

posted on 06 May 2010 09:26 by pansirme

 

...หลงได้หลงดี นั่นหละคือชั้นหละ วันนี้ จุดหมายปลายทางที่จะไปก็คือ

โรงพยาบาลวิชัยยุทธ  (จริงๆไม่ได้จะไปที่นี่นะ แต่จำมาว่าต้องไปที่นี่ให้ได้ก่อน - - นิกรูทำถูกไหมนะ

จุดหมายปลายทางจริงๆ : กรมพลาธิการสรรพาวุธ

ติงลี่ "นี่ เมิงขึ้นทางด่วน ใช่ป่ะ แล้วก็ซ้ายมือป้ายมันจะเขียนลงอนุสาวรีย์ต่อเมิงไม่ต้องลงนะ เลยไปอีก จนมีป้ายบอกว่า พระราม 6 แล้วค่อยลงนะ เข้าใจป่าว พอลงปุ๊ป จะเห็นโรงบาลเลย ต้องกลับรถมานะ ไปไม่ถูกโทรมาๆ"

ชั้น "วุ้ย โคตรง่าย ไปเป็น"

ติงลี่ "เออ ไปไม่ถูก โทรมา"

     นั่นคือแผนที่จากคำบอกเล่าของเพื่อนติงลี่ ชั้นคิดว่างานนี้น่าจะง่ายนะ ป้ายเป้ยก็มี วู้ ไม่น่ายากๆ

    อะ ทีนี้ก็ขึ้นทางด่วนหละ แล้วก็เห็นป้ายไปลงพระราม 6 อิ้ม...ตรงตามคำบอกเล่าของมันทุกอย่างหวะ แล้วทีนี้เด๋วพอลง ก็จะเห็นโรงพยาบาลวิชัยยุทธ อ่ะๆ กูเห็นและ อยู่ตรงนั้น ละพอลงทางด่วน อ้าว เอ๊ะ โรงบาลไปไหนแล้วว่ะ รีบคว้าโทรศัพท์โทรหาเพื่อนติงลี่

ตื๊ด ๆ ๆ ๆ เวนล่ะสิ แม่งไม่รับ

ตื๊ด ๆ ๆ ๆ อีเพื่อนนนนน T T

     ระหว่างนั้น ชั้นก็ขับรถไปแบบเพ้อๆ เลอะๆ เทอะๆ วนออกไปบางซื่อมั่ง สะพานควายมั่ง จตุจักรมั่ง ดีใจทุกครั้งที่เห็นป้ายเขียนไปพระราม 6 พอเลี้ยวกลับไป ก็ไม่รู้อีกว่าจะไปทางไหนดี โว้ย แล้วอีเพื่อนติงลี่ ทำไมไม่รับเนี่ย

พยายามขับรถไปตามคันหน้า เพราะถนนในกรุงเทพถ้าเลี้ยวผิดมีหวังโดนจับแหง ขับไปเรื่อยเปื่อย โทรหาเพื่อนก็ไม่รับสักที อ้าวคันหน้าแม่งจอด กรูจอดตาม - - โทรหาใครดีฟระ

ชั้น "เห้ย คุยได้ป่าว"

แม็คเครน "เออได้ ว่าไง"

     เหอๆ แผนที่กูเกิ้ลเอิร์ซ ประจำตัวกรู น่าจะนึกถึงมันแต่แรกนะ

ชั้น "หลงทางอีกแล้วหวะ ตอนนี้ข้างหน้ามีป้ายขวาไปอนุสาวรีย์ ซ้ายไป.. ตรงไป...(จำไม่ได้แระ)"

แม็คเครน "เออ เด๋วขอนึกก่อน"

ชั้น "เร็วดิ มึงประมวลผลนานนะ เด๋วไฟเขียวแล้วว กรูรอไม่ได้นะ"

แม็คเครน "....."

ชั้น "...(โว้ย 5 4 3 2 1 จะเขียวแล้วโว้ย)"

แม็คเครน "เลี้ยวขวาเลยๆ"

ชั้น "อะๆ เลี้ยวแล้วไงต่อดีว่ะ กูจะไปตรงแยกเศรษฐศิริ"

แม็ครน "งั้นหาที่กลับรถ เจอทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย ไปถนนเดิมแล้วหา ซอยประดิพัท 4 จะเป็นแยก เลี้ยวขวาแล้วจะเจอ ฯลฯ"

     เออ แม่งช่างบอกละเอียดดี เหมือนเดิม กูขอไปทีละขั้นก่อนได้ไหม ตอนนี้เหมือนหมาหลงกรุงเทพมาก

ชั้น "เออ ตอนนี้กลับรถแล้ว กำลังติดไฟแดง เด๋วไปตามทางที่มึงบอกละกันนะ"

     พอขับเลยมา อ้าว พอถึงแยกต้องเลี้ยวซ้าย ใช่ป่าวว่ะที่มันบอก ตอนนี้กรูเลยมาเรียบร้อยและ - -" มั่วซั่วเหมือนเดิมกรู ไม่มีหน้าจะโทรกลับไปว่ากรูผิดทางอีก ขับตามรถหน้าไปอย่างเพ้อๆ อ้าวนี่มันรางรถไฟนิ คล้ายๆจะใกล้ถึง ว่าแต่กูมาโผล่ได้ไงว่ะ โทรหาเพื่อนติงลี่ แมร่งไม่รับอีกละ ตัดสินใจโทรหาแม็คเครนอีกครั้ง

ชั้น "เห้ย เมิง ข้างหน้ากูเป็นรางรถไฟว่ะ"

แม็คเครน "เออๆ มึงเข้ามาทางซอยข้างโรงบาลป่าวอะ"

ชั้น "เออ" (จิงๆก็มั่วมาหวะ)

แม็คเครน "เออ แน่ใจนะ ว่าข้างโรงบาล"

ชั้น "เออ แน่ใจ" (จิงๆกรูไม่แน่ใจหรอก - -)

แม็คเครน "งั้นข้ามทางรถไฟไปแล้วเลี้ยวซ้ายเลย ขับไปพอเห็นดับเพลิงก็ให้เลี้ยวขวา แล้วมันจะมีตู้ atm ของไทยพานิชย์ อยู่ทางซ้ายมืออีกนิดนึง นั่นแหละคือจุดหมายปลายทาง"

     แม่งรู้ละเอียดโคตร แอบทึ่ง - - จำได้แม้กระทั่งตู้เอทีเอ็มธนาคารอะไร

ชั้น "เออ ขอบใจมาก เด๋วกูลองไปก่อน"

     อ่ะ ไฟเขียว ข้ามทางรถไฟละ เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปอย่างเพลิดเพลิน ขวามือมันต้องเป็นดับเพลิง อ้าว นั่นไงดับเพลิง - -

     กรูเลยอีกแล้ววววว โว้ว

***************************************

     แล้วในที่สุดก็มาถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อย เอาหละ ทีนี้ก็ตอนกลับหละ บางคนอาจตคิดว่าง่าย ก็แค่มึงกลับทางเดิม หึหึ เท่าที่เล่ามา ตัวเองยังสับสนว่าทางไหนคือทางเดิม - -

     เอ้า มีโทรศัพท์มาพอดี

ติงลี่ "เอ้า ว่าไงว่ะ"

     โว้ย ให้มันได้อย่างนี้สิ

ชั้น "โทรไปตั้งหลายรอบ ไม่รับว่ะ กรูละหลงไปไหนต่อไหนไปหมด วู้"

ติงลี่ "เออ กรูหลับ"

ชั้น "อะ ไงก็แล้วแต่ มึงบอกทางกลับกูละกัน"

ติงลี่ "เออๆ ขับออกไปนั่นแหละ อกกถนนเส้นใหญ่พระราม 6 หรือขับเลียบทางรถไฟไป เห็นจตุจักรแล้วมันจะมีทางขึ้นทางด่วนก็เลี้ยวขวาขึ้นไปเลย"

ชั้น "เออๆ เด๋วกูลองไปดู"

     อะ ขับตามคำบอกของมันไป เลียบไป เห็นจตุจักรไป วึ่บ อ้าวๆนั่นทางขึ้นนี่หว่า

     กูเลยทางด่วนอีกแล้วววว!!!

     โทษตัวเองเต็มๆ วันนี้ อาไร้ของมรึงเนี่ย จะขยันเลยไปไหน จะเอาไปใส่กินเนสบุ้กกหรือไง เห้อ เหนื่อยใจกับตัวเองจริงๆ